30 อาหารที่ไม่ควรเก็บในตู้เย็น

หลายคนอาจเข้าใจว่าตู้เย็นคือคำตอบ ของการยืดอายุการจัดเก็บอาหารทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารสดและพืชผักผลไม้ เนย นม ซึ่งเราจะมาดูกันว่า ที่ผ่านมาเราเข้าใจกันถูกแล้วจริงหรือไม่  แล้วบางครั้งจึงเกิดคำถามว่า “ทำไมเป็นเช่นนี้” เมื่อพบว่ามันมีบางสิ่งเกิดขึ้นจนน่าตกใจ หลังจากที่เราเปิดตู้เย็นออกมา!

ในวันหนึ่งที่เราเปิดตู้เย็นเพื่อจะเติมของลงไป แต่ต้องปวดหัวหนักเพราะไม่มีพื้นที่ว่างให้สมาชิกใหม่อีกแล้ว  เรามาดูพร้อมๆกันว่า ในตู้เย็นของคุณมีบรรดาอาหาร 30 อย่างนี้อยู่หรือไม่ ถ้าเจอให้รีบหยิบมันออกมาเผื่อว่าตู้เย็นของคุณจะได้มีพื้นที่มากขึ้นด้วย

1. แตงโม

 organicfacts.com

แตงโมนิยมทานตอนเย็นๆ เพื่อความสดชื่น แต่อย่าลืมว่าแตงโมนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก การนำแตงโมทั้งผลใหญ่ไปแช่ตู้เย็น หรือที่เย็นเกินไป จะทำให้น้ำในผลแตงโมมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นกว่าการเก็บรักษาแตงโมที่อุณหภูมิห้อง  ส่งผลให้โมเลกุลของน้ำเบียดกันและทำลายเนื้อเยื่อของแตงโม ทำให้เนื้อช้ำ เละ ไม่น่ารับประทาน หรือถ้าตู้เย็นที่มีความเย็นมากๆ ผลแตงโมอาจจะปริแตกได้ด้วย นอกจากนี้หลังการเก็บเกี่ยวสารต้านอนุมูลอิสระยังถูกผลิตขึ้นเรื่อยๆในเนื้อแตงโมที่สภาวะอุณหภูมิห้อง แต่ถ้านำไปใส่ตู้เย็นก็จะผลิตได้น้อยลง ดังนั้นหากอยากทานแตงโมเย็นๆ แนะนำให้หั่นแค่พอทานแล้วแช่ตู้เย็นก่อนสักครู่ แค่นี้ก็ได้แตงโมหวานเย็น ชื่นใจแล้ว

2. น้ำผึ้ง

 davidwolfe.com

น้ำผึ้งสุดยอดอาหารจากธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาในตู้เย็น เพราะในที่อุณหภูมิต่ำมากเกินไป น้ำผึ้งจะเกิดการสร้างผลึกน้ำตาลทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ทั้งๆที่จริงแล้วเราสามารถเก็บน้ำผึ้งไว้ในภาชนะที่สะอาด ปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงก็เพียงพอแล้ว เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติค่อนข้างเป็นกรด มีปริมาณน้ำเป็นส่วนประกอบน้อย อีกทั้งมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ไม่เหมาะต่อการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย อีกทั้งเอนไซม์จากธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำผึ้งยังมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ของพวกแบคทีเรียและเชื้อราอีกด้วย

3. กาแฟ

 farmersalmanaccom

กาแฟคั่วบดหรือเมล็ดกาแฟคั่วที่มีความแห้ง ทำให้สามารถดูดความชื้นเข้ามาในตัวเองได้ดี ถึงแม้เราจะเก็บใส่ภาชนะที่บรรจุสนิทแล้วก็ตาม แต่การเปิด-ปิด ก็สามารถส่งผลเกิดความชื้น และเป็นต้นเหตุของเชื้อราตามมา และนอกจากจะดูดความชื้นแล้ว ยังสามารถดูดกลิ่นต่างๆจากตู้เย็นซึ่งเป็นแหล่งรวมของอาหารนานาชนิดเข้ามาในตัวอีก คราวนี้กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟก็สูญเสียไป และมีกลิ่นที่ไม่น่าดื่มอีกด้วย ดังนั้นควรเก็บรักษากาแฟในที่แห้งสนิท อากาศเข้าไม่ได้ หรือใส่สารดูดความชื้นไว้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บกาแฟไว้ในตู้เย็นก็ได้

4. ฟักทอง

 medicalnewstoday.com

เมื่อนำฟักทองไปเก็บไว้ในตู้เย็น นอกจากรสชาติเปลี่ยนไปและเนื้อสัมผัสที่แข็งเหี่ยวแล้ว ฟักทองจะเกิดการเน่าเสียได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากความชื้นเป็นสิ่งที่เจ้าเชื้อราชื่นชอบ  ยิ่งถ้าเป็นฟักทองที่ถูกหั่นไปแล้ว หรือฟักทองที่ผิวมีแผลยิ่งทำให้เสียง่าย ดังนั้นเราสามารถเก็บฟักทองในอุณหภูมิห้อง แต่ต้องมีความแห้ง ปราศจากความชื้น และถ้าถูกหั่นไปทานแล้ว ก็ควรทำส่วนที่เหลือให้สุกแล้วแช่เย็นเพื่อเก็บรักษาจะดีกว่า

5. หอมหัวใหญ่

 weknowyourdreams.com

หากนำหอมหัวใหญ่ไปแช่ในตู้เย็น จะทำให้เน่าเสียได้ง่าย เพราะความชื้นเป็นของชื่นชอบของเชื้อรา  และนอกจากนั้นเนื้อของหอมหัวใหญ่จะเหี่ยวและไม่กรอบเหมือนใหม่ด้วย เพียงแค่เก็บหอมหัวใหญ่ไว้ในที่แห้ง สามารถถ่ายเทอากาศได้ ไม่ทำให้เกิดการอับชื้นหรือเกิดเป็นไอน้ำและพ้นแสง แค่นี้ก็เก็บรักษาได้นานแล้ว!

6. นูเทลล่า

 hellyeahitsvegan.com

นูเทลล่า หรือ เฮเซลนัทบดผสมโกโก้นี้เป็นของชื่นชอบของเด็กๆหลายคน และยังเป็นเมนูมื้อเช้าในวันเร่งด่วนที่แสนอร่อยด้วย แต่การเก็บนูเทลล่าไว้ในตู้เย็น ทำให้เกิดการแข็งตัวของไขมันที่เป็นส่วนประกอบ ไม่น่ารับประทาน แยกชั้น และยังตักขึ้นมายาก รสชาติของโกโก้ก็เปลี่ยนไปด้วย เราสามารถเก็บนูเทลล่าไว้นอกตู้เย็นเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มนวลและง่ายต่อการรับประทานด้วย

7. น้ำมันมะกอก

 godreports.com

ไม่น่าแปลกใจ เมื่อเรานำน้ำมันมะกอกที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเก็บในตู้เย็น โดยตั้งใจว่าจะยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งผลที่ได้คือ เกิดการแข็งตัวของน้ำมัน ลักษณะเป็นไข เพราะน้ำมันมะกอกประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่ออุณหภูมิต่ำลง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพันธะเคมีในโครงสร้างแล้วเกิดเป็นไขขึ้น แต่ไม่ต้องตกใจให้เรานำน้ำมันออกมาวางในอุณหภูมิห้อง น้ำมันมะกอกก็จะกลับมาใสตามปกติ เราไม่จึงจำเป็นต้องแช่เย็นเจ้าน้ำมันมะกอกเหล่านี้

8. สมุนไพรสด

 vegkitchen.com

บางคนยังเข้าใจว่า การเก็บสมุนไพรสดต่างๆ ไว้ในตู้เย็น จะช่วยยืดอายุของสมุนไพรได้ แต่ในความจริงแล้วสมุนไพรสดควรเก็บรักษาโดยการนำก้านเสียบแช่น้ำไว้ นอกตู้เย็น ความสดใหม่ของสมุนไพรจะคงอยู่ได้จากน้ำที่ถูกลำเลียงผ่านท่อลำเลียงน้ำจากโคนไปสู่ใบจนถึงยอด แต่หากเป็นระยะเวลานานและยังไม่ได้นำสมุนไพรไปใช้ ควรนำสมุนไพรใส่กล่องปิดสนิท แล้วเก็บรักษาในตู้เย็น โดยต้องจัดวางอย่างหลวมๆ มีพื้นที่จัดวางในกล่อง โดยไม่ให้เกิดการกดทับจนเกิดการช้ำได้ ห้ามนำสมุนไพรวางไว้ในตู้เย็นโดยปราศจากภาชนะบรรจุ เพราะจะทำให้ใบช้ำและเหี่ยวได้รวดเร็วมาก

9. มะเขือเทศ

 yourlocalfruitshop.com

หากเรานำมะเขือไปแช่ตู้เย็น จะเห็นผิวของมะเขือเทศเหี่ยวย่นและเนื้อสัมผัสไม่น่ารับประทานเลย มะเขือเทศที่สีสดใส ผิวชุ่มน้ำและเต่งตึงที่ถูกตกแต่งบนจานเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้อยากอาหารได้มากทีเดียว ทางที่ดีควรรีบรับประทานให้หมด และไม่ควรตุนไว้เยอะ

10. ซอสมะเขือเทศ

 foodbeast.com

ไม่มีความจำเป็นเลยที่เราจะต้องนำซอสพวกนี้ไปเก็บรักษาในตู้เย็นเลย นอกจากจะเปลืองพื้นที่ในตู้เย็น แล้วยังทำให้เนื้อสัมผัสหนืดข้น ยากต่อการใช้งานและที่สำคัญ เมื่อเอาไปแช่เย็นแล้วเปิดออกมาเท ซอสมะเขือเทศของเราจะเสียง่ายกว่าวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นอีกด้วย ซอสพวกนี้ผ่านกระบวนการหมักและมีการใช้ความร้อนในกระบวนการผลิต อัตราการเจริญของเชื้อไม่ดีก็มีน้อย และยังมีน้ำส้มสายชูที่ทำให้มีความเป็นกรดสูงจนแทบจะไม่มีเชื้อเจริญเติบโตได้เลย อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าเมื่อผ่านไปนานๆ แล้วยังรับประทานไม่หมดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือแยกชั้นของซอส เพราะในกระบวนการผลิตมักจะเติมสารเพื่อเพิ่มความคงตัวของซอสอยู่แล้ว